top of page

Promotion คืออะไร

Promotion คือ การส่งเสริมการตลาด ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระตุ้นให้สามารถขายสินค้าได้มากขึ้นด้วยเครื่องมือส่งเสริมการขาย อย่างเช่น การโฆษณา การจัด Sales Promotion ลด แลก แจก แถม และการใช้พนักขาย เป็นต้น โดยจุดประสงค์ทั้งหมดของ Promotion หรือการส่งเสริมการตลาดคือการเพิ่มยอดขาย

  • การจัดทำส่วนลดราคา หมายถึง การที่ทางร้านหรือธุรกิจนั้นๆทำการลดราคาสินค้าจากราคาที่ผู้ประกอบการทำการกำหนดจากราคาปกติ อาทิเช่น ข้าวกระเพราหมูกรอบราดข้าวจากปกติราคา 65 บาท ลดเหลือ ราคา 50 บาทและทั้งนี้อาจจะจัดโปรโมชั่นการลดราคาให้ควบคู่ไปกับกิจกรรมอย่างอื่น เช่น สั่งเมนูที่ลดราคาอาจจะแถมน้ำโค๊กฟรี 1 ขวด หรือลดราคาเฉพาะวันพุธถือว่าเป็นการกระตุ้นยอดขาย เนื่องจากเมื่อมีคำว่าลดราคา ไม่ว่าจะกี่ % หรือกี่บาทก็ถือว่าเป็นการดึงดูดลูกค้าได้แล้วถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดีมากอย่างหนึ่งทั้งในเชิงการตลาดและจิตวิทยา

  • การแถมสินค้า หมายถึง การที่ทางร้านหรือผู้ประกอบการจัดโปรโมชั่นเพื่อตอบแทนลูกค้าพร้อมกับการกระตุ้นยอดขายด้วยการซื้อสินค้า และแถมสินค้าอีกชิ้นหรืออีกเมนูในกรณีร้านอาหาร ซึ่งอาจจะเป็นสินค้าประเภทเดียวกันหรือสินค้าที่ทำขึ้นพิเศษโดยที่ลูกค้าหรือผู้บริโภคไม่ต้องเสียเงินหรือค่าใช้จ่ายเพิ่ม เป็นอีกกลยุทธิ์หนึ่งของกระกระตุ้นยอดขายแถมยังเป็นที่ดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้อีกด้วย

  • การแจกสินค้า หมายถึง การที่ทางร้านหรือผู้ประกอบการทำการแจกสินค้าเพื่อเป็นการสมนาคุณให้กับลูกค้าหรือผู้บริโภคฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยของที่ทำการแจกนั้นอาจจะไม่ต้องเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือทางร้านั้นก็ได้ อาทิ ทางร้านจัดโปรโมชั่นถ้าเข้ามาทานอาหารในร้านทางร้านมีบริการแถมฟรีเจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย เสื้อผ้า ร่ม เป็นต้น ถือว่าเป็นวิธีที่นิยมใช้กันบ่อยเรียกความสนอกสนใจให้ลูกค้าได้อย่างไม่ยากเลย อย่างที่เขาว่ากัน ใครว่าของฟรีไม่มีในโลก

  • การจัดทำการแลกเปลี่ยนสินค้า หมายถึง การที่ทางร้านหรือผู้ประกอบการจัดทำโปรโมชั่นแลกเปลี่ยนสินค้าในหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น ถ้าคุณมีสินค้าเก่าสามารถมาแลกซื้อเปลี่ยนเป็นสินค้าใหม่ได้โดยการเพิ่มค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง หรือถ้าจะให้เข้ากับยุคสมัยใหม่กับสถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับไวรัส Covid-19 ก็อย่างเช่น ถ้ามีการฉีดวัคซีนตามข้อกำหนดของทางร้านก็สามารถแลกซื้อหรือเปลี่ยนสินค้าได้ในราคาที่พิเศษ

​​

  • การจัดทำให้มีบริการหลังการขาย หมายถึง การที่ผู้ประกอบการมีการดูแลลูกค้าหลังการขาย อาทิเช่น จากสัญญาถ้าซื้อสินค้าจากทางร้านมีการรับประกัน 1 ปี ทางร้านก็อาจจะจัดทำโปรโมชั่นเพิ่มเติมเป็น 2 ปี หรือแถมสินค้าพ่วงไปด้วยรวมถึงบริการอื่นๆเช่นถ้าสินค้ามีตำหนิ ชำรุด เปลี่ยนฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือร้านอาหารก็ถ้าสินค้าไม่ตรงปก ไม่ได้คุณภาพทางร้านยินดีที่จะรับผิดชอบดูแลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ก็รวมไปถึงการในคำปรึกษาอย่างเต็มใจให้แก่ผู้บริโภค ลักษณะนี้ยังถือว่าเป็นความใส่ใจและความเคารพต่อลูกค้าได้ดีมากระดับหนึ่ง มีผลต่อทางจิตใจ ทำให้เกิดทัศนคติในแง่บวกต่อแบรนด์วินค้าของเราลูกค้าไว้ใจและกลับมาใช้บริการใหม่

การจัดโปรโมชั่น

การจัดโปรโมชั่น

คือการแข่งขันกันในทางธุรกิจนั้นสิ่งที่จะเห็นได้อย่างเด่นชัดเลยคือเรื่องของ “ราคา” ถ้าธุรกิจประเภทเดียวกัน เช่น ธุรกิจร้านอาหารขายบะหมี่ ในแต่ละร้านก็มีราคาที่แตกต่างกันทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ ทำเลที่ตั้ง ปริมาณ รสชาติ ซึ่งตัวชี้วัดพวกนี้ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคได้ใช้ในการตัดสินใจว่าจะซื้อสินค้าหรือใช้บริการร้านใด และที่สำคัญการจัดโปรโมชั่น แล้วการจัดโปรโมชั่นคืออะไร แล้วมีผลต่อการดำเนินธุรกิจในทิศทางใด

หลักการทำโปรโมชั่น

1. กำหนดเป้าหมายในการทำโปรโมชั่น (Goals)

สิ่งที่จะช่วยให้เรากำหนดโปรโมชั่นให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นคือการรู้เป้าหมายในการทำโปรโมชั่น ตอบคำถามง่าย ๆ ให้ได้ว่าคุณจะทำสินค้าหรือโปรโมชั่นไปทำไม อะไรคือปัญหาของธุรกิจที่คุณเจออยู่ตอนนี้ เช่น

  • มีจำนวนลูกค้าใหม่น้อยลง

  • ลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการน้อยลง(จำนวนลูกค้าเท่าเดิมแต่ซื้อน้อยลง)

  • ลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการในราคาถูกลง(ซื้อเท่าเดิมแต่จ่ายน้อยลง)

  • ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อน้อยลง

2. เข้าใจธรรมชาติของสินค้าหรือบริการของตัวเอง (Context)

สินค้าหรือบริการของคุณคืออะไร กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณใช้มันอย่างไร การคิดโปรโมชั่นนั้นควรสอดคล้องไปกับพฤติกรรมของลูกค้าเป้าหมายของตัวสินค้าหรือบริการของเราเอง ยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัด ๆ เช่น หากธุรกิจคุณคือการให้บริการจัดงานแต่งงาน คุณคงทำโปรโมชั่นโดยการลดราคา แถมบริการเพิ่มเติม และสิ่งที่คุณจะไม่ทำคือการซื้อ 1 แถม 1 เพราะจะไม่มีลูกค้าคนไหนที่จะแต่งงานบ่อย ๆ หรือแต่งงานพร้อมกับคนอื่น โปรโมชั่นแบบนี้คงเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องไปกับพฤติกรรมของลูกค้าเราเป็นแน่

3. ระดมความคิดและนำไปใช้จริง (Make it happen)

ขั้นตอนนี้เราจะช่วยกันในทีมเพื่อระดมความคิดว่าโปรโมชั่นแบบไหนที่จะเหมาะสมกับสินค้าหรือบริการ และช่วยแก้ปัญหาที่ธุรกิจกำลังเจออยู่ในขณะนี้ หรือลองดูตัวอย่างการทำโปรโมชั่นที่ถูกใช้กันอย่างมากมายจากหลากหลายธุรกิจ ซึ่งคุณสามารถนำไปปรับใช้หรือต่อยอดกับตัวสินค้าหรือบริการของคุณเองก็ทำได้

ประเภทการส่งเสริมการตลาด Promotion 

  1. การส่งเสริมการขาย (Sales Promotion)

  2. การโฆษณา (Advertising)

  3. การใช้พนักงานขาย (Personal Selling)

  4. การให้ข่าวและการประชาสัมพันธ์ (Public Relation)

Sales Promotion

Sales Promotion คือ การส่งเสริมการขาย เป็นโปรโมชั่นหรือวิธีการส่งเสริมการตลาดที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยที่สุด เพราะเป็นวิธีการส่งเสริมการขายด้วยการด้วยกิจกรรมทางการตลาดในลักษณะของการลด แลก แจก แถม

การส่งเสริมการตลาดด้วย Sales Promotion ได้แก่ ลด แลก แจก แถม คูปอง แจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก คืนเงิน และการทดลองใช้ฟรี เป็นต้น ซึ่งจะเห็นว่าทั้งหมดเป็นกิจกรรมทางการตลาดในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากเป็นวิธีที่ทำให้กำไรลดลง (หรือในบางครั้งยอมขาดทุนเพื่อให้คนรู้จักสินค้า)

โดยการส่งเสริมการตลาดแบบ Sales Promotion จะเหมาะกับ:

  • สินค้าทดลองตลาด

  • สินค้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดที่ยังไม่มีใครรู้จัก

  • การระบายสินค้าคงคลัง

Advertising

Advertising คือ การโฆษณา ซึ่งเป็นการส่งเสริมการตลาดหรือ Promotion ที่ทำได้ด้วยการทำให้ลูกค้ารับรู้ถึงแบรนด์หรือรับรู้ถึงผลิตภัณฑ์ เป็นวิธีการนำเสนอสินค้าด้วยสื่อ (จ่ายเงิน) เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้า

ในปัจจุบันการโฆษณาสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งแบบ Online และ Offline ซึ่งนักการตลาดควรเลือกวิธีที่ใช้ในการลงโฆษณาให้ถูกกลุ่มเป้าหมาย

โฆษณาออนไลน์ (Online) เป็นการลงโฆษณาออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Facebook Taboola Twitter Instagram AdSense Youtube และการซื้อ Banner บนเว็บไซต์ เป็นต้น

โฆษณาออฟไลน์ (Offline) เป็นช่องทางอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่บนเว็บไซต์ เช่น ป้ายโฆษณา โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ เป็นต้น

Personal Selling

Personal Selling คือ การส่งเสริมการตลาดด้วยการใช้พนักงานขาย เป็นการใช้พนักงานติดต่อกับลูกค้าตัวต่อตัวเพื่อให้ข้อมูลกับลูกค้า

ตัวอย่างเช่น การโทรขายประกัน การเข้าไปที่บริษัทเพื่อเสนอขายสินค้าสำนักงานและการใช้เซลขายเครื่องกรองน้ำ เป็นต้น

ถึงแม้ว่าการใช้พนักงานงานขายจะดูเหมือนไม่ถูกใจผู้บริโภค โดยเฉพาะคนใน Generation หลัง ๆ มากเท่าไหร่ แต่การใช้พนักงานขาย (Personal Selling) ก็ยังมีประโยชน์อยู่ เนื่องจากเป็นการายด้วยการสื่อสารสองทาง ถ้าหากว่าลูกค้าเกิดสนใจและสอบถามพนักงานขายจะสามารถให้ข้อมูลได้ทันที ทำให้โอกาสในปิดการขายหลังจากนั้นค่อนข้างสูง

สำหรับสินค้าที่เหมาะกับการใช้พนักงานขาย (Personal Selling) คือ สินค้าเฉพาะทางที่ต้องมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและต้องมีกำไรต่อหน่วยที่สูง

Public Relation

Public Relation หรือ PR คือ Promotion ในลักษณะของการประชาสัมพันธ์ ถึงแม้ว่า การประชาสัมพันธ์จะเป็นส่วนหนึ่งของ Promotion หรือ การส่งเสริมการตลาด แต่ Public Relation จะไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเสนอขายสินค้าโดยตรง

การประชาสัมพันธ์จะเป็นการติดต่อกับทั้งผู้ที่เป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ลูกค้า ผู้ที่ไม่ใช่ลูกค้า เพื่อให้ข้อมูลหรือสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์

Public Relation จะเป็น Promotion ที่มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เช่น การประชาสัมพันธ์กิจกกรม CSR หรือ การออกมาบอกว่าผลิตด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่ใช้สารบางอย่าง

ถึงแม้ว่าการประชาสัมพันธ์ (Public Relation) จะไม่ได้รับผลที่ชัดเจนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่ผลที่ได้จากการประชาสัมพันธ์คือภาพลักษณ์ที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในอนาคต

การตลาดแบบ 4P

1. Product

ก็คือสินค้าหรือบริการที่เราจะเสนอให้กับลูกค้า แนวทางการกำหนดตัว product ให้เหมาะสมก็ต้องดูว่ากลุ่มเป้า หมายต้องการอะไร เช่นต้องการน้ำผลไม้ที่ สะอาด สด ในบรรจุภัณฑ์ถือสะดวก โดยไม่สนรสชาติ เราก็ต้องทำตามที่ลูกค้าต้องการ ไม่ใช่ว่าเราชอบหวานก็จะพยายามใส่น้ำตาลเข้าไป แต่โดยทั่วไปแนวทางที่จะทำสินค้าให้ขายได้มีอยู่สองอย่างคือ
  1.1 สินค้าที่มีความแตกต่าง โดยการสร้างความแตกต่างนั้น จะต้องเป็นสิ่งที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้จริงว่าต่างกันและลูกค้าตระหนักและชอบในแนวทางนี้ เช่นคุณสมบัติพิเศษ รูปลักษณ์ การใช้งาน ความปลอดภัย ความคงทนโดยกลุ่มลูก ค้าที่เราจะจับก็จะเป็นลูกค้าที่ไม่มีการแข่งขันมาก (niche market)
  1.2 สินค้าที่มีราคาต่ำนั่นคือการยอมลดคุณภาพในบางด้านที่ไม่สำคัญลงไป เช่นสินค้าที่ผลิตจากจีน จะมีคุณภาพไม่ดี นักพอใช้งานได้ แต่ถูกมากๆหรือ สินค้าที่เลียนแบบแบรนด์ดังๆ ในซุปเปอร์สโตรต่างๆ จริงๆแล้วสำหรับนักธุรกิจมือ ใหม่ควรเลือกในแนวทาง สร้างความแตกต่างมากกว่า การเป็นสินค้าราคาถูกเพราะ หากเป็นด้านการผลิตแล้วรายใหญ่ จะมีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่ารายย่อย แต่หากเป็นด้านบริการ เราอาจจะ
เริ่มต้นที่ราคาถูกก่อน แล้วค่อยๆ หาตลาดที่ราย ใหญ่ไม่สนใจ


2. Price

ราคาเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญในการตลาด แต่ไม่ใช่ว่า คิดอะไรไม่ออกก็ลดราคาอย่างเดียวเพราะการลดราคาสินค้า อาจจะไม่ได้ช่วยให้การขายดีขึ้นได้ หากปัญหาอื่นๆยังไม่ได้รับการแก้ไข การตั้งราคาในที่นี้จะเป็นการตั้งราคาให้เหมาะสมกับ ผลิตภัณฑ์ และกลุ่มเป้าหมายของเรา เช่นหากเราขายน้ำผลไม้ที่จตุจักร ราคาอาจจะต้องถูกหน่อย แต่หากขายที่สยาม หากตั้ง ราคาถูกไปเช่น 10 บาท กลุ่มที่เป็นเป้าหมายอยากให้ซื้ออาจจะไม่ซื้อ แต่คนที่ซื้ออาจจะเป็นคนอีกกลุ่มซึ่งมีน้อยกว่า และไม่คุ้ม ที่จะขายแบบนี้ในสยาม ยิ่งไปกว่านั้นหากราคา และรูปลักษณ์สินค้าไม่เข้ากัน ลูกค้าก็จะเกิดความข้องใจและอาจจะกังวลที่จะซื้อ เพราะราคาคือตัวบ่งบอกภาพลักษณ์ของสินค้าที่สำคัญที่สุด อย่างไรก็ตาม ในด้านการทำธุรกิจขนาดย่อมแล้ว ราคาที่เราต้องการ อาจไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งขนาดนั้น แต่จะมองกันในเรื่องของตัวเลข

3. Place

คือวิธีการนำสินค้าไปสู่มือของลูกค้า หากเป็นสินค้าที่จะขายไปหลายๆแห่ง วิธีการขายหรือการกระจายสินค้าจะมีความ สำคัญมาก หลักของการเลือกวิธีกระจายสินค้านั้นไม่ใช่ขายให้มากสถานที่ที่สุดจะดีเสมอ เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า สินค้าของท่านคือ อะไร และกลุ่มเป้าหมายท่านคือใคร เช่นของใช้ในระดับบน ควรจะจำกัดการขายไม่ให้มีมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เสียภาพ ลักษณ์ได้สิ่งที่เราควรจะคำนึงอีกอย่างของวิธีการกระจายสินค้าคือต้นทุนการกระจายสินค้า เช่นการขายสินค้าใน 7-eleven อาจจะ กระจายได้ทั่วถึง แต่อาจจะมีต้นทุนที่สูงกว่า หากจะกล่าวถึงธุรกิจที่เป็นการขายหน้าร้าน Place ในที่นี้ก็คือ ทำเล
ซึ่งก็ควรเลือกที่ ให้เหมาะสมกับสินค้าของเราเช่นกัน อย่าง มาบุญครองกับ สยามเซ็นเตอร์ จะมีกลุ่มคนเดินที่ต่างออกไปและลักษณะสินค้าและ ราคาก็ไม่เหมือนกันด้วยทั้งๆที่ตั้งอยู่ใกล้กัน ท่านควรขายที่ใดก็ต้องพิจารณาตามลักษณะสินค้า


4. Promotion

คือการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อบอกลูกค้าถึงลักษณะสินค้าของเรา เช่นโฆษณาในสื่อต่างๆ หรือการทำกิจกรรม ที่ทำให้คนมาซื้อสินค้าของเรา เช่นการทำการลดราคาประจำปี หากจะพูดในแง่ของธุรกิจขนาดย่อม การโฆษณาอาจจะเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็นเพราะจะต้องใช้เงิน จะมากหรือน้อยก็ ขึ้นกับ ช่องทางที่เราจะใช้ ที่จะดีและอาจจะฟรีคือ สื่ออินเตอร์เนต ซึ่งมีผู้ใช้เพิ่มจำนวนขึ้นมากในแต่ละปี สื่ออื่นๆที่ถูกๆ ก็จะเป็นพวก ใบปลิว โปสเตอร์ หากเป็นสื่อท้องถิ่นก็จะมี รถแห่ วิทยุท้องถิ่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น วิธีในการเลือกสื่อนอกจากจะดูเรื่องค่าใช้จ่าย แล้วควรดูเรื่องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วย เช่นหากจะโฆษณาให้กลุ่มผู้ใหญ่ โดยเลือกสื่ออินเตอร์เนต(เพราะฟรี) ก็อาจจะเลือก เวบไซต์ที่ผู้ใหญ่เล่น ไม่ใช้เวบที่วัยรุ่นเข้ามาคุยกัน เป็นต้น

Screenshot 2023-11-24 231928.png

ไอเดียโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย

  1. สะสมแต้ม ซื้อครบๆทุกราคาที่กำหนด คุณจะได้ 1 แต้ม

  2. ซื้อ 1 แถม 1 หมุนเวียนจัดโปรสินค้าที่ต้องการล้างสต๊อก

  3. โปรซื้อชิ้นที่ 2 ราคา 1 บาท ยกตัวอย่าง วัตสัน

  4. โปรโมชั่นแลกซื้อ ซื้อครบตามราคาที่กำหนด สามารถแลกซื้อสินคาอีกชิ้นได้

  5. แจกสินค้าทดลอง เมื่อมีตัวสินค้าใหม่ แจกสินค้าขนาดทดลอให้ลูกค้าลองใช้ก่อน ถ้าดีจะมีการกลับไปซื้อสินค้าขนาดจริง

  6. โปรจัดส่งฟรี เมื่อซื้อครบราคาที่กำหนด

  7. มีการคืนเงิน สินค้าเสียหาย สินค้าไม่ตรงปก ผิดขนาด ผิดไซส์

  8. Flash Sale มีกำหนดเวลาที่ลดราคาในสินค้านั้น มีตัวนาฬิกานับถอยหลัง เพื่อทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น

  9. โปรโมชั่นของแถม ซื้อครบตามราคาที่กำหนด ก็จะได้ของแถม อาจจะเป็นกระเป๋า แก้ว กล่องใส่อาหาร เป็นต้น

  10. แจกคูปองส่วนลด สำหรับสมาชิกที่สะสมแต้มจะแจงออกมาเป็นคูปองส่วนลด

  11. โปรโมชั่นส่วนลดทุกวันที่กำหนด ใน1สัปดาห์จะมี 1 วันที่ซื้อครบตามที่กำหนดแล้วจะมีส่วนลดทันที

  12. ให้คะแนนเมื่อกรอกแบบสอบถาม สำรวจความเพิ่งพอใจของลูกค้าที่มาใช้บริการครั้งนั้น โดยทำการลุ้นรับคะแนนตามที่กำหนด

  13. แจกส่วนลดทันทีสำหรับลูกค้าสมาชิกใหม่ เมื่อสมัครสมาชิก หรือซื้อครั้งแรก จะได้ส่วนลดทันที

  14. โปรแนะนำเพื่อน แนะนำเพื่อนมาสมัคร จะได้ส่วนลดเพิ่ม

  15.  โปรโมชั่น Cashback ซื้อสินค้าตามราคาที่กำหนด ได้เครดิตเงินคืนไว้ใช้ครั้งถัดไป

  16. เนื้อหาโปรโมชั่นชัด ใช้ภาษาที่เป็นกันเอง มีการให้ข้อมูลโปรโมชั่นและเนื้อหาสินค้านั้นแบบชัดเจน

Screenshot 2023-11-24 232221.png
Screenshot 2023-11-24 230923.png

ประโยชน์ของโปรโมชั่น

ในการจัดทำการส่งเสริมการขายนั้นก็เพื่อ เป็นการกระตุ้นยอดขายของกิจการ และ การแนะนำสินค้าสู่ลูกค้า ทั้งนี้ยังสืบเนื่องกับ ความพึงพอใจที่ดีของลูกค้าหรือผู้บริโภคสินค้าหรือบริการ ในการบริโภคหรืออุปโภคสินค้า เพื่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันทางการตลาด เหนือคู่แข่ง เป็นไปได้องค์การหรือบริษัทผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการ โดยผู้บริโภคจะต้องมีการเลือกสินค้าหรือบริการเพื่อบริโภคหรืออุปโภคสินค้านั้นๆอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแนะนำสินค้าโดยอาศัย ช่องทางแบบปากต่อปากหรือเพื่อนสู่เพื่อนต่อไป และถ้าจะให้ผมสรุป “การส่งเสริมการขายคือการสนับสนุนการสร้างราคาสินค้าเฉพาะเจาะจง/การสร้างมูลค่าตราสินค้า การสร้างกลุ่มลูกค้าถาวร และการสร้างภาพพจน์ของกิจการ

ข้อควรระวังในการทำโปรโมชั่น

หากใช้โปรโมชั่นบ่อยจนเกินไป มันจะมีโอกาสจะทำให้คุณขายสินค้าหรือบริการในราคาปกติได้มากขึ้นได้ในระยะยาว อีกทั้งมันยังสามารถทำให้คุณค่าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ของคุณลงไปได้อีกด้วย เลือกใช้โปรโมชั่นให้ดี และคิดถึงผลที่จะตามมา อย่าลืมว่าการทำโปรโมชั่นไม่ใช่ทางเดียวในการแก้ปัญหาธุรกิจอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดอย่าลืมเลือกกลุ่มเป้าหมายให้ดี และเข้าใจ Marketing Funnel ด้วย เพราะไม่ใช้ลูกค้าทุกคนที่ต้องการโปรโมชั่น หากเข้าไม่รู้จักแบรนด์คุณ หรือสินค้าและบริการที่คุณกำลังมอบให้ หากชอบคอนเทนต์แบบนี้ฝากกดแชร์เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่กำลังสนุกกับการทำธุรกิจแล้วเติบโตไปด้วยกัน

  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter
  • LinkedIn
  • YouTube
  • TikTok

© 2035 by WeDu. Powered and secured by Wix

bottom of page